สื่อมสวชนสัญจร OTOP นวัตวิถีเมืองพระมหาชนกจักรี

สื่อมสวชนสัญจร OTOP นวัตวิถีเมืองพระมหาชนกจักรี

จังหวัดอุทัยธานี เมืองเล็ก ๆ ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่อยู่แล้วมีความสุขอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย เพราะแม้จะเป็นเมืองเล็กแต่คนที่นี่ใจใหญ่ ของดีก็มีมากมายจนอดไม่ได้ที่จะต้องมาสัมผัส และเชื่อได้ว่าจะรักเมืองอุทัย

otop-%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%96%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99
สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุทัยธานีจัดกิจกรรม “สื่อมวลชนสัญจรโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี”ขึ้นเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักที่นี่มากขึ้น ทีมสื่อมวลชนได้มีโอกาสไปสัมผัสกับวิถีชุมชนที่ กลุ่มพัฒนาอาชีพทอผ้าบ้านโคกหม้อ กลุ่มสัมมาชีพบ้านเกาะพยอม กลุ่มทอผ้าแม่บ้านเกษตรกรบ้านโคกหม้อ และกลุ่มแต้มตะกอ (กลุ่มสตรีทอผ้าไหมลายโบราณบ้านโคกหม้อ) ก่อนไปพักที่โฮมสเตย์ชุมชนบ้านท่าโพ และได้เยี่ยมชมชุมชนชาวอีสานที่ชุมชนบ้านคลองข่อย อำเภอสว่างอารมณ์
ชุมชนบ้านเกาะพยอม อ.ทัพทัน เป็นชุมชนที่อนุรักษณ์ศิลปะวัฒนธรรม ผ้าทอโบราณลาวครั่ง ผ้าไหมลายโบราณแต้มตะกอ นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณธ์พื้นบ้าน ซึ่งประกอบด้วย เครื่องมือ เครื่องใช้ของชุมชนโบราณ ที่ยังคงเก็บรักษาไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา คนลาวครั่งเรียกตัวเองว่าลาวครั่งมาจากความนิยมในการย้อมผ้าเป็นสีแดงโดยใช้วัสดุจากธรรมชาติก็คือครั่งนั่นเอง ผ้าทอที่นี่เป็นผ้าไหมลายโบราณแต้มตะกอ ซึ่งเป็นผ้ามัดหมี่แต้มลายตามลักษณะของการทำผ้าโบราญแบบดั้งเดิมซึ่งมีความวิจิตรงดงามในแบบฉบับที่เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มแต้มตะกอ นอกจากผ้าไหมที่งดงามแล้ว เครื่องจักสารที่นี่ก็ไม่น้อยหน้าที่ไหน โดยเฉพาะเปลที่สารจากไม้ไผ่มีรูปทรงคล้ายเรือทำให้เปลที่นี่นอนสบาย และมีความคงทนสูง และนอกจากมีการจำหน่ายแล้ว ผู้ที่สนใจจะมาหัดทำเองก็ยังได้ และก่อนกลับสิ่งที่ห้ามพลาดคือกล้วยอบบ้านโคกหม้อที่ต้องติดมือไปเตี้ยวเล่นในระหว่างเดินทาง กล้วยอบที่นี่เคี้ยวเพลินจนหยุดไม่อยู่จริงๆ

otop-%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%96%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99
ชุมชนบ้านคลองข่อย อำเภอสว่างอารมณ์ คนที่นี่ส่วนมากเป็นชาวไทยอีสานที่อพยพหนีความยากจนมาสร้างเนื้อสร้างตัวจนเกิดเป็นชุมชนขนาดใหญ่มีวัฒนธรรมความเป็นอยู่แบบเรียบง่ายช่วยเหลือตนเอง พึ่งพาอาศัยกันมีการทำสิ่งของไว้ใช้เอง เช่น การทอผ้า ทอเสื่อ สินค้าขึ้นชื่อของที่นี่คงหนีไม่พ้น เสื่อกกที่ทออย่างปราณีต มีลวดลายที่สวยงามคงทน รวมทั้ง ได้นำเอากกและด้ายมีการทอผสมรวมกันออกมาเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบและเป็นที่นิยมมากของผู้บริโภค และเป็นกกที่ปลูกใช้กันเองในท้องถิ่น นอกจากนี้ที่ ชุมชนบ้านคลองข่อยยังเป็นที่เดียวในอุทัยที่มีฟาร์มม้า และมีการอนุรักษณ์การละเล่นแบบโบราญอย่างการเดินโผกเผก

otop-%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%96%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99
ชุมชนบ้านท่าโพ อำเภอหนองขาหยั่ง เป็นโฮมสเตย์ที่น่ารักและอบอุ่น และยังเป็น เป็นชุมชนที่สามารถอนุรักษณ์ประเพณีพื้นบ้านไว้ได้อย่างดี คือเพลงพื้นบ้านท่าโพที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน และจุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างของที่นี่คือ อาหารไทยโบราญที่หาทานได้ยากอย่างน้ำพริกอีกกา แกงบอน หรือแกงไก่ใส่กล้วยดิบ
คุณสุรพงศ์ ทิพย์ศิริ หรืออาจารย์ตุ้ย เจ้าของบ้านอิ่มอุ่นเล่าให้ฟังถึงโครงการโฮมสเตย์เชิงอนุรักษณ์วัฒนะธรรมบ้านท่าโพว่า โครงการนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2558 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯทรงมีพระราชดิให้ตั้ง “ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์”ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกอาชีพให้กับราษฎรในจังหวัดอุทัยธานี โดยเริ่มต้นจากการฟื้นฟูการทำอาหารไทยโบราณ ทั้งเครื่องคาว และของหวานให้กับกลุ่มแม่บ้าน บ้านท่าโพ ต่อมา ต่อมาในปี 2559ทรงมีพระดำริว่าเมื่อมีนักท่องเที่ยวสนใจมาชิมอาหารโบราณที่บ้านท่าโพแล้วในน่าจะเปิดโอกาสให้เขาได้มาพักที่นี่เพื่อจะได้ศึกษาถึงวัฒนะธรรมท้องถิ่นที่สืบเนื่องมายาวนานของคนบ้านท่าโพด้วย เพราะเพลงพื้นบ้านท่าโพถือเป็นการละเล่นที่สืบเนื่องกันมาหลายชั่วอายุคน ปี 2559 จึงถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นให้มีโครงการโฮมสเตย์เชิงอนุรักษณ์วัฒนะธรรมบ้านท่าโพขึ้นซึ่งตอนนี้โฮมสเตย์ของที่นี่ได้ผ่านเกณฑ์จากกรมการท่องเที่ยว

otop-%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%96%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99
ซึ่งโครงการโฮมสเตย์เชิงอนุรักษณ์วัฒนะธรรมบ้านท่าโพต้องขอบคุณสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุทัยธานีที่ได้เข้ามาช่วยเหลือในหลายๆด้าน ทั้งการปรับภูมิทัศน์ในบริเวณรอบๆชุมชน การจัดงบประมาณมาเพื่อสงเสริมผลิตภัณฑ์ต่างๆของชุมชนทั้งที่บ้านท่าโพเอง และชุมชนอื่นๆทำให้ชุมชนมีรายได้ ทำให้คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้น เพราะอย่างที่ท่าโพนี่เป็นพื้นที่แห้งแร้งการทำเกษตรกรรมได้ผลผลิตไม่ดีนัก การมีรายได้เสริมจึงถือว่าสำคัญมาก นอกจากนี้ทางพช.ยังสนับสนุนให้มีรถนำเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ และสิ้นเปลืองน้ำมัน รวมถึงยังมีการจัดงานส่งเสริมสนับสนุนให้สินค้าในชุมชนได้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปอย่างโครงการ OTOP นวัตวิถี และอยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสวิถีชุมชนของชามเมืองอุทัย เพราะเชื่อว่าถ้าใครได้มาสัมผัสเมืองอุทัย และจะรักอุทัยธานี” คุณสุรพงศ์กล่าว
พลาดไม่ได้จริงกับการเยือนถิ่น เมืองพระชนกจักรี อุทัยธานี แล้วมาหาคำตอบกันว่า ‘ส้มก็ซ่า ปลาก็แรด มะม่วงก็กะล่อน ผักก็เสี้ยน มะเขือก็ตอแหล”มันเป็นยังไงที่เมืองริมฝั่งแม่นำสะแกกัง จังหวัดอุทัยธานี

You May Also Like